หนีงานไปท้าความสูง! รีวิว สกายวอล์คเขาใหญ่ สะพานกระจกลอยฟ้า สวยจนใจฟูในวันหยุด

สกายวอล์คเขาใหญ่

สกายวอล์คเขาใหญ่ ท้าความสูงเหนือยอดไม้ สวยจนใจฟูในวันหยุดที่อยากหายไปจริง ๆ

คุณเคยรู้สึกไหมครับว่าบางวันมันเหนื่อยจนอยากจะหายไปเงียบ ๆ สักพัก หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตารางงานและอีเมลที่ตอบไม่สิ้นสุด มันทำให้พลังชีวิตของเราค่อย ๆ ลดลงจนเกือบเหลือศูนย์ สัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเราสองคนตัดสินใจปิดโน้ตบุ๊ก แพ็กกระเป๋าใบเล็ก แล้วขับรถดิ่งตรงมาที่พักเขาใหญ่ทันทีแบบไม่ต้องคิดเยอะ เพราะทริปนี้เราไม่ได้ต้องการตารางเที่ยวที่อัดแน่นจนเหนื่อยกว่าเดิม แต่เราแค่อยากมาตามหาพื้นที่ชาร์จแบตเตอรี่ให้ร่างกายและจิตใจ ได้นอนนิ่ง ๆ ฟังเสียงนก และเอาตัวเองไปยืนรับลมเย็น ๆ บนพิกัดใหม่อย่าง สกายวอล์คเขาใหญ่ ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้ บอกเลยครับว่าจุดเช็คอินนี้ทำให้เราค้นพบความลับอย่างหนึ่ง นั่นคือธรรมชาติบำบัดและความตื่นเต้นเล็ก ๆ สามารถเปลี่ยนวันเสาร์-อาทิตย์ธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุดได้จริง ๆ

การเดินทางมาที่ สกายวอล์คเขาใหญ่ ในครั้งนี้ พวกเราเลือกมาในช่วงเช้าที่แดดยังไม่แรงมาก ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในพื้นที่ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเงียบสงบและกลิ่นอายของผืนป่าดงพญาเย็นที่ลอยมาทักทาย ลมเย็น ๆ ช่วงสายพัดผ่านผิวไปเบา ๆ มันชวนให้รู้สึก relax และซึมซับบรรยากาศรอบตัวช้า ๆ สะพานทางเดินยกระดับที่ทอดตัวยาวสูงเหนือยอดไม้นำทางเราไปสู่จุดไฮไลท์สำคัญ นั่นคือ สกายวอล์คกระจก ใสราวน้ำแข็งที่ยื่นออกไปกลางอากาศ วินาทีแรกที่พวกเราเดินไปหยุดอยู่ตรงนั้น หัวใจมันเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและหวาดเสียวปนกัน แต่พอได้ก้มมองผ่านกระจกใสลงไปเห็นยอดไม้สีเขียวขจีที่อยู่ใต้เท้า และเงยหน้าขึ้นไปมองทิวเขาซับซ้อนที่โอบล้อมรอบตัวแบบ 360 องศา ความเครียดและตื้อตันในสมองที่สะสมมาทั้งสัปดาห์ก็เหมือนจะมลายหายไปในพริบตา มันเป็นภาพที่ชัดเจนและจับต้องได้จริง ๆ จนเราเข้าใจเลยว่าทำไมการยืนอยู่บนที่สูง ๆ ถึงช่วยให้เรามองเห็นปัญหาเล็กลง

ตัวโครงสร้างของ Skywalk เขาใหญ่ แห่งนี้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีและได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง กระจกนิรภัยหนาพิเศษหลายชั้นที่รองรับน้ำหนักได้อย่างมั่นใจ ทำให้คนกลัวความสูงอย่างพวกเรากล้าที่จะก้าวเดินต่อไปช้า ๆ โดยตลอดเส้นทางเดินจะมีจุดกว้างให้นั่งพักผ่อนและรับลมธรรมชาติ พื้นที่ด้านบนเปิดโล่งรับแสงแดดอุ่น ๆ และสายลมธรรมชาติที่หมุนเวียนตลอดเวลา ทำให้นักท่องเที่ยวไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย ยิ่งถ้าคุณเลือกจองห้องพักในรีสอร์ทใกล้เคียงที่ตื่นมามองเห็นวิวแนวสกายวอล์คนี้ได้เลย คุณจะได้เห็นภาพหมอกบาง ๆ ในตอนเช้าตรู่เคลื่อนตัวผ่านสะพานกระจกอย่างช้า ๆ ซึ่งเป็นโมเมนต์โรแมนติกที่หาดูได้ยากมาก การได้ยืนสูดโอโซนบริสุทธิ์เข้าปอดลึก ๆ บนความสูงระดับนี้ มันคือการตอกย้ำว่าร่างกายของเราได้รับการ recharge พลังงานอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว โดยไม่ต้องพึ่งพายาบำรุงหรือกาแฟแก้วใหญ่เลยสักนิด

หลังจากเต็มอิ่มกับวิวมุมสูงแล้ว พวกเราก็เดินลงมาผ่อนคลายต่อที่โซนคาเฟ่และร้านอาหารเปิดโล่งด้านล่าง ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสไตล์ English Cottage ที่ตกแต่งอย่างร่มรื่น มื้อกลางวันของพวกเราเป็นเมนูเรียบง่ายอย่างพาสต้าเส้นสดและเครื่องดื่มสมุนไพรรสชาติสดชื่นที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ลองจินตนาการตามนะครับ การได้นั่งทานอาหารอร่อย ๆ ในวันที่ลมพัดโชยมาเบา ๆ แสงแดดสีทองสะท้อนลงบนแก้วน้ำ และมีวิวของ สกายวอล์คกระจก ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง มันทำให้รสชาติของมื้อนี้พิเศษขึ้นมาทันที ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้เราสองคนวางมือถือลงแล้วหันมาพูดคุย หัวเราะ และแชร์ความประทับใจร่วมกันอย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือช่วงเวลาสำคัญของชีวิตที่เงินซื้อไม่ได้ แต่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ เพียงแค่เรายอมก้าวเท้าออกจากเซฟโซนเดิม ๆ ในเมืองใหญ่

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากตามรอยพวกเรามาสัมผัส Skywalk เขาใหญ่ ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เรามีทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ จากประสบการณ์จริงมาฝากครับ อย่างแรกคือเรื่องของเวลา แนะนำให้มาช่วงเช้าตรู่ไม่เกิน 9 โมง หรือช่วงเย็นหลัง 4 โมงครึ่งเป็นต้นไป เพราะนอกจากอากาศจะไม่ร้อนเกินไปแล้ว คุณยังมีโอกาสสูงมากที่จะได้เห็นแสง Sunset สีส้มทองส่องกระทบผืนกระจกอย่างงดงาม สิ่งต่อมาที่ต้องเตรียมคือรองเท้าผ้าใบที่สวมใส่สบาย เพราะต้องมีการเดินขึ้นเนินและเดินบนสะพานกระจกที่ห้ามสวมรองเท้าส้นสูงเด็ดขาด (ทางสถานที่มักจะมีถุงรองเท้าผ้าให้บริการฟรี) และทริคสุดท้ายคือการเตรียมกล้องหรือมือถือให้พร้อมชาร์จแบตเตอรี่มาเต็ม ๆ เพราะมุมถ่ายรูปที่นี่สวยงามระยิบระยับทุกองศาจริง ๆ ขับรถช้า ๆ มาตามเส้นทางธนะรัชต์ ปลอดภัยและได้ชมวิวสองข้างทางไปด้วยในตัวครับ

สุดท้ายนี้เราอยากชวนให้คุณคิดดูว่า ถ้าวันนี้คุณยังคงฝืนทำงานหนักโดยไม่ยอมให้ร่างกายได้พักผ่อนเลย คุณอาจจะต้องเสียต้นทุนชีวิตที่แพงลิบลิ่วในอนาคตด้วยความเจ็บป่วยและภาวะหมดไฟ การสละเวลาสั้น ๆ แค่สองวันในวันหยุด แล้วพาตัวเองมาเดินท้าความสูงบน สกายวอล์คเขาใหญ่ ลิ้มรสอาหารโฮมเมดแสนอร่อย และนอนพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่คุณเลือกกำหนดได้เอง ที่นี่ไม่ใช่แค่แลนด์มาร์กสำหรับมาถ่ายรูปแล้วเช็คอินกลับบ้าน แต่มันคือพื้นที่ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าที่จะเปลี่ยนวันจันทร์อันแสนวุ่นวายของคุณ ให้กลับมาเต็มไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์อีกครั้ง อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนจนสายเกินไป ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองได้มาสัมผัสความสวยงามระดับเสียวไส้แต่ฟินจับใจดูสักครั้ง แล้วคุณจะพบว่าความสุขของการได้หนีงานมาพักใจ… มันเริ่มต้นง่าย ๆ แค่ขับรถมาเขาใหญ่นี่เองครับ

We use cookies to enhance your experience. By clicking “Accept”, you agree to our use of cookies.